GOLF KNOWLEDGE
Evergreen Hills Golf Club & Resort
FootJoy
Honda
Titleist
InfiniteDesignThailand
สนามกอล์ฟท้าทายของเมืองกาญจน์
รองเท้า-ถุงมือกอล์ฟยอดนิยมอันดับ 1
รถยนต์ฮอนด้าหรูหรา มีระดับ
อุปกรณ์กอล์ฟยอดนิยมทั่วโลก
แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬากอล์ฟ
 
    บทความ> ย้อนรอยอดีต
     




   
  ย้อนรอย...สนามกอล์ฟรถไฟ  
อดีตที่เกือบจะลืมเลือน...




ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้า การจราจรที่ติดขัดย่านพหลโยธิน
สื่อให้เห็นถึงความเจริญด้านวัตถุและการพัฒนาสู่ความ
เป็นเมือง อาคารคอนกรีตขนานยาวไปกับสองฝั่งถนนคอย
สะสมความร้อนให้วนเวียนอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพฯ ขณะที่ต้นไม้
ใบไม้ใบหญ้าลดปริมาณลงเพื่อเปิดทางให้ความเจริญเข้ามา
แทนที่ นั่นคือ สาเหตุของอากาศร้อนรุนแรงภายในเมือง และเห็น
จะมีเพียงพื้นที่สีเขียวเท่านั้นที่จะสามารถบรรเทาปัญหานี้ได้


"สวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ" จึงเป็นอีกแม่บทหนึ่งของสวนสาธารณะ
พื้นที่สีเขียว ที่มีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนกรุง แค่เพียงก้าวแรกเหยียบย่ำ
จะรู้สึกผ่อนคลาย ร่มรื่น เย็นสบาย ต่างจากความร้อนระอุที่แผดเผาอยู่ภายนอก และบรรยากาศที่ปนเปื้อนด้วยไอเสียจากยานยนต์ ซึ่งวนเวียนบนผิวจราจร
ที่คับคั่งราวกับได้มาเยี่ยมโลกสีเขียวในวงล้อมของป่าคอนกรีต

สวนสาธารณะแห่งนี้ถูกสร้างในแนวคิด "สวนแห่งครอบครัว" ที่ตระเตรียมกิจกรรม
หลากหลายไว้ดึงดูดความสนใจของสมาชิกทุกวัยในครอบครัว บนพื้นที่เปิดโล่ง
กว้างไพศาลและเขียวขจี สดชื่น สบายตา มีเนินหญ้าสลับกับพื้นราบกว้าง
มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับสวนสาธารณะครบครัน และเป็น
"สวนสาธารณะในฝันของนักปั่นจักรยาน" ด้วยเส้นทางจักรยานยาว 3,020 เมตร
ลัดเลาะดงต้นไม้ ไต่เนินไปรอบนอกสวน หรือจะเลือกเดินชมธรรมชาติ วิ่ง
ออกกำลัง ก็ทำได้ในเส้นทางใหญ่ พร้อมไปกับกิจกรรมศึกษาธรรมชาติจาก
ประสบการณ์ตรงในห้องเรียนกลางแจ้ง นั่นคือ ความโดดเด่นที่สุดของ
สวนวชิรเบญจทัศ

บทบาทใหม่ของสวนสาธารณะที่เพิ่มศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งนันทนาการเปิด
ทำให้ผู้ใช้สวนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ
อุทยานแห่งการเรียนรู้เพลิดเพลินในการชมความสวยงามของผีเสื้อชนิดต่างๆ และมีเมืองจราจรจำลอง”
สถานที่มีกิจกรรมน่าสนใจในการเรียนรู้เครื่องหมายจราจร รวมถึงการพายเรือพยัค และยังมีกิจกรรมอื่นๆ
อีกมากมายให้คุณได้สัมผัสกัน หากเดินชมไม่ไหวที่นี่ยังจัดให้เช่ารถจักรยานคันละ 20-30 บาท
ปั่นชมสวนอย่างสบายอุรา

สำหรับนักกอล์ฟที่เป็นแฟนประจำ
ของเว็บไซต์ของรา ถ้ามีเวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ขอแนะนำเปลี่ยน
บรรยากาศการพักผ่อนสักนิด พาครอบครัวเดินเที่ยว ปั่นจักรยานเล่นรอบสวนก็สนุกไปอีกแบบ
แต่จะให้ดีกว่านั้น สมบูรณ์แบบกว่าต้องหยิบนิตยสาร ออนกรีน ติดกระเป๋าไปอ่านด้วย เพราะฉบับนี้จะ
ย้อนรอยอดีตสนามกอล์ฟศูนย์การฝึกการรถไฟฯ หรือที่เรียกติดปากว่า สนามกอล์ฟรถไฟ พื้นที่ 375 ไร่
ของสวนวชิรเบญจทัศในปัจจุบันนั่นเอง

ลองกลับมาทบทวนความทรงจำกันอีกครั้ง เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสได้เล่นกอล์ฟสนามแห่งนี้
คงจดจำเลย์เอาท์ของสนามได้เกือบทุกหลุม หรืออาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง แต่สำหรับคนที่เล่นกอล์ฟ
ได้ไม่นาน อาจะจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “สวนรถไฟ” ในปัจจุบันเคยเป็นสนามกอล์ฟยอดนิยม 18 หลุม
ของคนกรุงเทพฯ มาก่อน แม้กระทั่งตัวผมเองเห็นสนามกอล์ฟรถไฟครั้งแรกก็เมื่อตอนเป็นสวนรถไฟ
ได้หลายปีแล้ว นึกแล้วก็อดเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัส เสียดายแทนนักกอล์ฟรุ่นหลังๆ ที่ไม่เคยรู้
ประวัติความเป็นมาเลย ผู้เขียนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสมัยก่อนสนามเป็นอย่างไร และเกิดอะไรขึ้น
กับที่นี่
 

 

เรื่องราวต่อจากนี้ไปผู้เขียนได้ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากหลายๆ
ที่ ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย สนามไดร์ฟกอล์ฟรถไฟ
จากหนังสือ วารสารกอล์ฟ หรือแม้แต่การสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่ใน
เหตุการณ์สมัยนั้น รวมไปถึงกลุ่มแคดดี้ที่เคยแบกถุงตั้งแต่ยุคแรกๆ
จนถึงยุคยกเลิกสนามกอล์ฟเป็นสวนสาธารณะหรือปอดของคน
กรุงเทพฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลและเป็นความรู้กับผู้อ่านรับทราบมากที่สุด

เดิมทีที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณย่านพหลโยธินประมาณ 375 ไร่
การรถไฟฯ ได้เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับก่อสร้างสถานีกรุงเทพ 2 หรือ
หัวลำโพง 2 แต่เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนในงบประมาณ
การรถไฟฯ จึงได้นำพื้นที่บริเวณประมาณ 375 ไร่ มาทำประโยชน์
เพื่อจัดหารายได้ให้กับกิจการรถไฟฯ คือ บริเวณโรงเรียนวิศวกรรม
รถไฟในสมัยของผู้ว่าการรถไฟฯ เชิด บุญรัตน์ โดยได้มีมติร่วมกันว่า
จะใช้พื้นที่ส่วนนี้สร้างเป็นสนามกอล์ฟขนาด 9 หลุม ใช้ชื่อว่า
“สนามกอล์ฟศูนย์การฝึกการรถไฟฯ” เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2508
ใช้งบประมาณของการรถไฟฯ ประมาณ 5 ล้านบาท จากนั้นได้เปิด
ให้บริการในปี 2511 เป็นต้นมา

สำหรับวัตถุประสงค์หลักที่สร้างสนามกอล์ฟ 9 หลุมขึ้นมา เพื่อต้องการให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่่ และ
พนักงานของการรถไฟฯ ได้มีโอกาสเล่นกอล์ฟและพักผ่อนหย่อนใจ โดยไม่ได้เป็นไปในเชิงธุรกิจ พอนาน
วันจำนวนผู้ที่มาเล่นเริ่มมากขึ้น ทางสนามจึงมีโครงการใหญ่ขยายสนามจาก 9 หลุม มาเป็น 18 หลุม
เพื่อรองรับนักกอล์ฟที่เริ่มเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก หลังจากมีการปรับปรุงสนามใหม่เป็น 18 หลุม
นักกอล์ฟก็ให้ความสนใจแห่เข้ามาเล่นล้นสนามทุกวัน

ผมเองรู้สึกเสียดายเอามากๆ ที่ไม่มีโอกาสเล่นสนามแห่งนี้ แต่ท่านที่เคยออกรอบที่นี่คงจดจำภาพเก่า
บรรยากาศเดิมๆ ได้ดี จากการสัมภาษณ์ผู้ที่คลุกคลีในวงการมานาน และเคยออกรอบที่สนามแห่งนี้
เล่าให้ฟังว่า “สมัยก่อนสนามกอล์ฟรถไฟเป็นที่ฮือฮาในวงการกอล์ฟเมืองไทยมาก เนื่องจากการเดินทาง
สะดวกสบายอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ทุกคนต่างเดินทางมาเล่นกันเป็นประจำ ยุคนั้นกีฬากอล์ฟเฟื่องฟู
มาก หลายชมรม หลายองค์กรจัดแข่งขันปิดสนามทั้งเช้า และบ่ายเป็นว่าไร แต่คนที่ไปเล่นก็ยังเยอะ
เหมือนเดิมทุกวัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสนามมีความท้าทายแฟร์เวย์ค่อนข้างแคบถูกบีบด้วยแนวต้นไม้
ใหญ่ทั้งสองข้าง แถมยังมีล่องน้ำด้านข้างแฟร์เวย์ กรีนยังเล็กอีกต่างหาก และที่สำคัญค่ากรีนฟียังราคา
ไม่แพงอีกด้วย ทำให้นักกอล์ฟนิยมมาเล่นกันมากขึ้น แต่น่าเสียดายภาพเหล่านั้นคงไม่มีวันกลับมา
มีชีวิตอีกแล้ว”

สนามกอล์ฟรถไฟเปิดให้บริการนักกอล์ฟเรื่อยมา ภายใต้การบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย
จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.2534 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้ามา นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงจากการ
ใช้สนามกอล์ฟรถไฟให้มาเป็นสวนสาธารณะของคนกรุงเทพฯ จากด้วยการตระหนักถึงความสำคัญ
ของการพัฒนาสภาพแวดล้อมในรูปการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต
ของชาวกรุงเทพฯ ให้ทัดเทียมมหานครใหญ่ในภูมิภาค จึงเป็นที่มาของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่
2 มกราคม 2534 และวันที่ 29 มกราคม 2534 สมัยที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกสนามกอล์ฟศูนย์การฝึก การรถไฟฯ และให้จัดสร้างสวนสาธารณะในลักษณะ
สวนป่าในบริเวณพื้นที่ของ "สนามกอล์ฟรถไฟ" ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมอบหมาย
ให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบในการสร้างสาวนสาธารณะ ส่วนแรก 140 ไร่ ให้สร้างเป็นสวนสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ส่วนที่เหลือ 375 ไร่ กรุงเทพมหานครรับมอบที่ดินจากกระทรวงคมนาคม เมื่อ 5
พฤศจิกายน 2541 และจ่ายค่าชดเชยให้การรถไฟฯ จำนวน 555 ล้านบาท

และเริ่มเข้าปรับปรุงพื้นที่ สนามกอล์ฟเดิมเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ต่อมา เพื่อเป็นการเฉลิม
พระเกียรติและเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2545 กรุงเทพมหานครได้ขอพระราชทานชื่อ
ให้กับสวนรถไฟ ซึ่งได้ทรงพระราชทานนามใหม่ให้ว่า "สวนวชิรเบญจทัศ"

 

การเปลี่ยนแปลงจากสนามกอล์ฟมาเป็นสวนสาธารณะนั้น มีกำหนดการตรวจ
รับส่งมอบที่ดินและทรัพย์สินการรถไฟฯ และกรุงเทพมหานครในวันที่ 2 พ.ย.
2541 ส่งผลกระทบไปยังพนักงาน เจ้าหน้าที่ รวมทั้งกลุ่มของแคดดี้ที่พึ่งพิง
หวังสร้างรายได้จากสนามกอล์ฟราวกับว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของแคดดี้ และแล้ว
บรรดาพนักงานของสนามทั้งหมดก็รวมตัวกันประท้วงและขอผ่อนผันการส่ง
มอบอีก 120 วัน ในวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2541 พร้อมกำหนดวันเจรจาระหว่าง
เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกับกลุ่มแคดดี้ ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2541
เวลาประมาณ 15.00 น.ที่สนามกอล์ฟรถไฟ

บทสรุปและแนวทางการแก้ไขปัญหาพนักงาน แคดดี้ของสนามตกงานนั้น
ทางกรุงเทพมหานครยินดีรับพนักงานแคดดี้จำนวน 428 คน เข้าเป็นลูกจ้าง
ของ กทม. และได้รับเงินค่าชดเชยไปคนละ 4 หมื่นบาท พร้อมทั้งสนับสนุน
ด้านสวัสดิการต่างๆ ในขณะที่สนามกอล์ฟรถไฟถูกประกาศงดการให้บริการ
สนามกอล์ฟ ถอนคนและเครื่องมือออกจากสนามในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541
และจัดพิธีส่งมอบ-รับมอบที่ดินและทรัพย์สินระหว่าง กทม.-รฟท. ในวันที่ 5
พฤศจิกายน 2541

ตัวผมเองไม่รู้ว่า...หลังจากแคดดี้ถูกทุบหม้อข้าวหม้อแกงแล้ว พวกเขาเหล่า
นั้นจะทำอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง ผมจึงบุกถิ่นสนามกอล์ฟรถไฟเดิม พยายาม
สืบเสาะหาใครเคยเป็นแคดดี้มาก่อน เริ่มตั้งต้นตั้งแต่คลับเฮ้าส์ของสนามกอล์ฟ
ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหาร “ครัวตาน้อย” เปิดให้บริการมา 2 ปีแล้ว
จนกระทั่งเจอะเจอแคดดี้รุ่นลายครามยุคแรกของสนาม พร้อมกับเปิดเผย
ความในใจที่เก็บไว้ยาวนานว่า “สมัยก่อนเป็นแคดดี้สนามกอล์ฟรถไฟรายได้
ค่อนข้างดี พอจะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้บ้าง พอจะมีความหวังหารายได้เข้า
ครอบครัวมากขึ้น แต่จู่ๆ ทาง กทม.ก็มายกเลิกสนามกอล์ฟทำเป็นสวนป่า
เราก็ลุกขึ้นประท้วงทันที เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเรา หากไม่ได้
เป็นแคดดี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอะไร รู้สึกเสียใจมากๆ แต่ในปัจจุบัน
กลายเป็นสวนรถไฟไปแล้ว เราคิดว่าทุกวันนี้ยังใช้พื้นที่ของสนามกอล์ฟ
ไุ้้ม่คุ้มเลย หากเป็นไปได้อยากให้คงสนามไว้ซัก 9 หลุม แล้วทำเป็น
สวนป่าอีก 9 หลุมก็ยังจะดีกว่า”


     
                                                          

    


อุปกรณ์กอล์ฟที่ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้ ผมไม่ได้เป็นผู้ผลิตเพื่อจำหน่าย แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งไว้สำหรับช่วยเพื่อนๆ พี่ๆ โปรกอล์ฟในการฝากขายสินค้า โปรกอล์ฟท่านใดมีความประสงค์ต้องการฝากขายสินค้าต่างๆ ส่งเมล์มาให้ผมได้เลย แล้วผมจะจัดทำขึ้นในหัวข้อนี้ให้ทันที และท่านใดสนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อได้ที่ โปรพัน ส่งเมล์ข้อมูลและรูปภาพสินค้ามาให้ผมได้เลย
golf1000yard@gmail.com, golf1000yard@yahoo.com,
Line: @golf1000yard หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร.086 507 7366 (โปรพัน
)



อุปกรณ์ฝึกซ้อม Golf swing ช่วย
ฝึกพับข้อมือ ไม้ไม่ตกด้านหลัง แก้ปัญหาขึ้นไม้ Over Swing ได้ดี ราคา 250.-/ชิ้น
อุปกรณ์ฝึกซ้อม Impact Bag ช่วย
ฝึกตีลูกให้มีพลัง ตรวจเช็คท่าทาง
อิมแพ็คลูกได้ และยังสามารถฝึก
จับจังหวะการตี การไล่หน้าไม้ได้
ราคา 750.-/ชิ้น
อุปกรณ์ฝึกซ้อม Swing Prefect
ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างดี
ในเรื่องของการสวิง
ราคา 2,995 for adult.
2,495 for junior
อุปกรณ์ฝึกซ้อมการพัตต์
Putting Guide ช่วยฝึกสโตรคลูก
มีแผ่นรองวางลูกซ้อมพัตต์ พร้อม
CD อธิบาย รับรองการพัตต์ดีขึ้น
ราคา 3,000.-/ชิ้น
ตัวแทนจำหนายอุปกรณ์กอล์ฟ
แบรนด์เด็ก U.S.Kids Golf ทุกรุ่น
ในราคาพิเศษสุดๆ สนใจสอบถาม
โทร.086-5077366
ราคา Please Call


สถิติผู้เข้าชม www.golf1000yard.com

Golf1000yard Academy
สนามไดร์ฟกอล์ฟนวลจันทร์ ถ.รามอินทรา 40 แยก 8 นวลจันทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพฯ
Tel: 086-507-7366, Line: @golf1000yard, E-mail: golf1000yard@gmail.com

Copyright©2007-2009 www.golf1000yard.com All Rights Reserved.